facebook share
facebook share
โอกาสพลิกความเสมอภาคทางการศึกษา “เปลี่ยน 50 สตางค์สุดท้าย เป็น 5 บาทแรก”
ข้อมูลจาก ThaiPublica
 
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานอนุกรรมการกองทุนและกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวเปิดงานประชุมงานรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่คณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยได้กล่าวถึงที่มา ความสำคัญ ความคืบหน้า รวมทั้งเป้าหมายและกรอบการดำเนินงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
 
ความสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา และ ความเสมอภาคทางการศึกษา
 
ในการปฏิรูปประเทศเรื่องที่มีความสำคัญและท้าทายมากที่สุดเรื่องหนึ่ง คือ “การปฏิรูปการศึกษา” ดังที่ท่าน ดร.มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เคยกล่าวไว้ในช่วงการร่างรัฐธรรมนูญว่า 
 
“...การศึกษาเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปประเทศ  ปัญหาในสังคมไทยมีผลสืบเนื่องจากระบบการศึกษาในปัจจุบัน...”
 
ความสำคัญของเรื่องนี้ทำให้การปฏิรูปการศึกษาเป็นเพียง 1 ใน 2 เรื่องที่ถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันอย่างชัดเจน โดยตามรัฐธรรมนูญ ม. 261 กำหนดให้มี “คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา” (กอปศ.) และ ม. 54 กำหนดให้จัดตั้ง “กองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา รวมทั้งเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู” ให้แล้วเสร็จภายในเวลา 1 ปีหลังจากรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และคาดว่าจะแล้วเสร็จตามกำหนดเวลา
 
“ความเสมอภาคทางการศึกษา” ซึ่งเป็นชื่อที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เลือกใช้เป็นชื่อของกองทุนนี้ เพราะต้องการที่สะท้อนให้เห็นถึง ความสำคัญอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันทำให้ความเสมอภาคทางการศึกษาเกิดขึ้นในประเทศไทยเพราะเป็นปัจจัยรากฐานที่สำคัญจะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของประเทศในปัจจุบัน
 
เมื่อไม่นานมานี้ ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ เขียนบทความ (https://goo.gl/7Ay4xs) ไว้อย่างน่าสนใจ ความตอนหนึ่งว่า
 
“...รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นฉบับแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการกล่าวถึงมาตรการในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ...ถ้าจะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำให้อยู่หมัดได้ในระยะยาว ก็ต้องใช้การเข้าถึงการศึกษา กองทุนช่วยเหลือคนยากจนนี้จึงมีความสำคัญมาก...”
 
ที่ผ่านมาเราพูดถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในหลายโอกาส แต่เป็นการเน้นผลที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นปลายเหตุ ขณะที่การทำให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาขึ้น จะเป็นหนึ่งในแนวทางที่จะช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ต้นเหตุ
 
• ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในปัจจุบัน
 
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการกองทุนและฝ่ายเลขาฯ เกือบ 20 คน ได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูล ผลการวิจัย ตลอดจนปรึกษาหารือกับผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีประสบการณ์ตรง รวมทั้งลงพื้นที่รับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชน ทั้ง 4 ภูมิภาค เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาในประเทศไทย ซึ่งมีข้อเท็จจริง 3 ประการ
 
หนึ่ง ปัจจุบันแม้มีการใช้งบประมาณด้านการศึกษาแต่ละปีสูงถึง 5 แสนล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 20 ของงบประมาณในแต่ละปี ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อน แต่ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังพบเห็นได้ในแทบทุกพื้นที่ในประเทศไทย และที่น่าเป็นห่วง คือบางพื้นที่ปัญหาดังกล่าวมีแนวโน้มแย่ลง
 
สอง ปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กเยาวชนที่ไม่อยู่หรือหลุดจากออกจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานมากกว่า 670,000 คน หรือราว 5% ของเด็กในวัยเรียนจากการลงพื้นที่พบว่าเด็กจำนวนมากเข้าเรียนช้า เพราะผู้ปกครองต้องหาเช้ากินค่ำ ไม่มีเวลาและกำลังทรัพย์ บางคนแม้อายุถึงเกณฑ์ต้องเข้าเรียน ก็ยังไม่ไปแจ้งเกิดเสียด้วยซ้ำ เด็กจำนวนอีกไม่น้อยขาดเรียนบ่อย เพราะไม่มีค่ารถ หรือไม่มีเครื่องแบบจะใส่ไปโรงเรียน อีกหลายคนแม้มีศักยภาพและมีความตั้งใจที่จะเรียนต่อ แต่ก็ต้องออกจากระบบ เพราะครอบครัวไม่มีกำลังที่จะสนับสนุน ตัวอย่างเหล่านี้ ถือเป็น “การเสียโอกาสชีวิต” ที่น่าเสียดายองค์การยูเนสโก ประเมินว่าการที่เด็กไทยที่มีศักยภาพ แต่ต้องหลุดออกจากระบบ สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 1.7 ของ GDP คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี
 
สาม ประเทศไทยมีนักเรียนยากจนมากกว่า 2 ล้านคน ที่ครอบครัวมีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 3,000 บาท หรือวันละ 100 บาทเท่านั้น แต่การจัดสรรงบประมาณสำหรับเด็กกลุ่มนี้มีเพียงปีละ 3,000 ล้านบาท ถ้าคิดเป็นวันอยู่ที่ 5-15 บาท หรือ เพียงร้อยละ 0.5 ของงบประมาณการศึกษาทั้งหมด และงบส่วนนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยตลอด 7 ปีที่ผ่านมา แม้งบประมาณด้านการศึกษาในภาพรวมเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ข้อเท็จจริงข้อนี้ เป็นที่มาที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เปรียบเทียบว่า “เด็กด้อยโอกาสที่ขาดแคลน ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 50 สตางค์สุดท้าย”
 
• เป้าหมาย และแนวทางการดำเนินการของกองทุน
 
คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ใช้ข้อมูลเหล่านี้กำหนดกรอบและแนวทางการดำเนินงาน โดยหวังว่ากองทุนนี้จะช่วยให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาขึ้นในสังคมไทย ที่ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการศึกษาและการพัฒนาโดยปราศจากความเหลื่อมล้ำตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีคุณภาพ
 
กลุ่มเป้าหมายเบื้องต้นของกองทุนแบ่งเป็น 7 กลุ่ม ครอบคลุมเด็กปฐมวัยในครอบครัวยากจน เด็กเยาวชนวัยเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบการศึกษา นักเรียนยากจนและด้อยโอกาสในระบบการศึกษา เยาวชนและประชาชนที่ยากจนและต้องการการพัฒนาศักยภาพ ครูและสถานศึกษาผู้ดูแลเด็กเยาวชนในกลุ่มเป้าหมายของกองทุน จำนวนประมาณ 4.3 ล้านคน ซึ่งหวังว่า ถ้าการดำเนินงานเป็นไปตามที่คาด ในการช่วยให้เด็กกลุ่มนี้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา สามารถยืนบนขาตัวเอง ตัวเลข 4.3 ล้านคนนี้จะทยอยลดลงตามลำดับ และหมายถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำที่จะดีขึ้น
 
ติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://goo.gl/qvB697