facebook share
facebook share
ดร.สมพันธ์ เตชะอธิก
ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการชุมชน
บทความอื่นๆ
ปลูกป่า ให้ได้ป่า
ปลูกป่า ให้ได้ป่า

ดร.สมพันธ์ เตชะอธิก หัวหน้าโครงการวิจัย พัฒนา เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้และความเข้มแข็งของชุมชน สู่คุณธรรมจริยธรรมและเศรษฐกิจพอเพียง (ห้วยคล้ายเข้มแข็ง) ให้ข้อคิดเห็นผ่านมูลนิธิมั่นพัฒนาในประเด็นการปลูกป่าไว้ว่า…    


ปลุกป่าไม่ใช่แค่เอากล้าไม้ปักดิน แต่ต้องดูแลชีวิตกล้าไม้ด้วย

       ปัญหาป่าไม้วิกฤตหนัก จนเกิดโลกร้อนและอากาศวิปริตปรวนแปรไปมาก ส่งผลกระทบถึงผู้คนและการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างหนักหน่วง

       นายประลอง ดำรงไทย รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่ากรมป่าไม้กับคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำรวจพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทย พบว่า มีป่าเหลือเพียง 102,120,417.98 ล้านไร่หรือร้อยละ31.57 ของพื้นที่ประเทศไทย เฉลี่ยป่าไม้ลดลงปีละกว่า 1 ล้านไร่

       สาเหตุมาจากการบุกรุกทำลายป่า ทั้งจากนโยบายการพัฒนาของรัฐ การตัดไม้ของนายทุนและการปลูกพืชไร่ของเกษตรกร โดยเฉพาะข้าวโพดที่บริษัทยักษ์ใหญ่เข้าไปสนับสนุนการรับซื้อจำนวนมาก เฉพาะที่จังหวัดน่านมีการบุกรุกปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีละ 400,000 ไร่ (ข้อมูลจากเฟสบุ๊คของยุทธภูมิ ปราการ – มีนาคม 2557)

       น่านเป็นจังหวัดที่เคยมีป่าปกคลุมมากกว่า 70% ของพื้นที่ 7.6 ล้านไร่ในจังหวัด   และลดลงราว 5-9 % (ข้อมูลจากมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร)    หายไปแล้ว 1.68 ล้านไร่คิดเป็น 28% ของพื้นที่ เหลือพื้นที่ป่า 4.8 ล้านไร่ (อธิบดีกรมป่าไม้ ผู้จัดการออนไลน์ 23 พ.ค.2559)

        แต่ด้วยความรอบคอบจึงมีการศึกษาหาความรู้ในการปลูกป่าก่อน ซึ่งเป็นเรื่องดี เพราะที่ผ่านมาการปลูกป่ามักไม่ได้ป่า เพราะกล้าไม้มักตายกว่า 70% สาเหตุเพรา

  1. กล้าไม้ ไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ปกติทุกป่ามีต้นไม้ประจำถิ่นที่ขึ้นได้ดีและฟื้นตัวเองตามธรรมชาติ ถ้าไม่ไปผ้าถางปลูกพืชไร่หรือทำลายหมด ดังนั้นการใช้กล้าไม้ในการปลูกจึงต้องดูต้นไม้เดิมว่ามีต้นอะไรบ้างที่ขึ้นได้ดีในสภาพดินฟ้าอากาศและน้ำ
     
  2. วัสดุที่บรรจุกล้าไม้ โดยทั่วไปเป็นถุงดำพลาสติก ไม่ย่อยสลาย เมื่อฉีกถุงนำไปปลูกแล้วปล่อยถุงดำให้ฝังดินในพื้นที่ แทนที่จะปลูกป่ากลายเป็นปลูกถุงพลาสติก แทนที่จะได้ป่าหนึ่งแสนไร่กลับทำลายพื้นที่ไปหนึ่งแสนไร่ โดยไม่รู้ตัวและรู้ตัวแบบมักง่าย วัสดุที่บรรจุกล้าไม้ควรทำด้วยฟางข้าวหรือใยมะพร้าวเจาะรูตรงกลางสำหรับวางกล้าไม้ อัดให้แน่น สามารถโยนได้ไม่แตก กล้าไม้ไม่เสียหาย
     
  3. วันเวลาที่ปลูก ส่วนใหญ่ชอบปลูกป่าในวันสำคัญทางศาสนา ประเพณี พิธีกรรมต่างๆ ซึ่งไม่สอดคล้องกับฤดูกาล ปลูกโดยไม่มีความรู้ว่าปลูกแล้วต้องรดน้ำต่อเนื่องหรือใกล้ฤดูฝนจะดีที่สุด กล้าไม้มีน้ำไว้หล่อเลี้ยงการเจริญเติบโตได้
     
  4. สักแต่ว่าปลูกแต่ไม่มีใครดูแลต่อเนื่อง กล้าไม้มีชีวิตยิ่งดูแลยิ่งเจริญเติบโต คนหรือหน่วยงานภายนอกพื้นที่มักไปปลูกป่าวันเดียวแล้วก็หายไป แต่โฆษณาตัวเองว่าเป็นคนรักธรรมชาติตลอดชีวิต ไม่มีการประสานงานความร่วมมือกับทั้งชุมชนและเด็ก เยาวชน นักเรียน ให้ช่วยกันดูแลต้นไม้คนละ 10-20 ต้น ในการรดน้ำใส่ปุ๋ยคอก เพราะพวกเขาคือเจ้าของป่าที่จะช่วยสร้างป่าอย่างยั่งยืนที่แท้จริง 

จากข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของอ.สมพันธ์ ข้างต้น มูลนิธิมั่นพัฒนาขอเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ข้อมูลฝากให้ท่านผู้เกี่ยวข้องพิจารณาเป็นอีกหนึ่งมุมมองที่จะช่วยกันทำให้การปลูกป่าประสบความสำเร็จเป็นหนึ่งในการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยต่อไป    

บทความอื่นๆ