facebook share
facebook share
ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์
รองผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (Prime Minister Delivery Unit: PMDU), คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.), ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (GSEI) และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ
"เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน" ประเทศไทยสามารถบรรลุได้ด้วยความเข้าใจและพลังจากภาคเอกชนและประชาชน
"เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน" ประเทศไทยสามารถบรรลุได้ด้วยความเข้าใจและพลังจากภาคเอกชนและประชาชน

(20 มิ.ย. 61) ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการพัฒนาที่ยั่งยืน สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (PMDU) และ กรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา ได้เล่าถึงพัฒนาการของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในบริบทโลก, สถานะของประเทศไทยและการขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนจากภาครัฐ, ประชารัฐ, รวมถึงภาคเอกชน ในพิธีเปิดหลักสูตร Creating Future Great Leader รุ่น 2 ปี 2561 ณ สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ Thailand Management association (TMA) ว่า

ประเทศไทยและโลกกำลังเผชิญปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า การประมงที่ผิดวิธี ขยะพลาสติกและปัญหามลพิษ รวมถึงกรณีที่ปลาวาฬขึ้นมาตายเกยตื้นที่ จ. สงขลา เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยพบขยะพลาสติกในท้องปลาถึง 8 กิโลกรัม และปัจจุบันโลกมีขยะพลาสติกต่อจำนวนปลาในปริมาณ 1:5 แต่ในอีก 22 ปีข้างหน้าจะมีขยะพลาสติกมากกว่าจำนวนปลา หากเราไม่เปลี่ยนพฤติกรรม

ในส่วนของเศรษฐกิจ โลกมีเด็กที่ขาดอาหารจำนวนถึง 1 พันล้านคนต่อวัน และมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบต้องเสียชีวิตจากการขาดอาหารวันละไม่ต่ำกว่า 20,000 คน ในขณะที่ ประเทศไทยมีกลุ่มคนรวยเพียงร้อยละ 1 ของประชากรทั้งหมด แต่ครอบครองทรัพย์สินถึงกว่าร้อยละ 58 ของทรัพย์สินโดยรวมของประเทศ แสดงให้เห็นถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในระดับสูง เช่น มีนิติบุคคลเพียงรายเดียวแต่ครอบครองที่ดินกว่า 6 แสนไร่ของไทย

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาโลกร้อนที่เป็น 1 ในปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินการทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศแบบรุนแรง พายุคลื่นซัดฝั่ง และภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ

ดังนั้น ภาคธุรกิจจึงต้องปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลง เช่น บริษัทโคคา-โคล่า มีแผนการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ข้อ อาทิ เป้าหมายที่ 7 เรื่องพลังงานสะอาดที่บริษัทประกาศว่า จะเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ทั้งหมดภายในปี 2563 เป็นต้น

บริษัท ยูนิลิเวอร์ ประเทศไทย จำกัด ประกาศว่าจะใช้พลังงานที่มาจากน้ำมันปาล์มทั้งหมดภายในปี 2562 นอกจากนี้จะลดปริมาณการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกเพื่อลดขยะพลาสติกในตลาดลง ใครแข่งกันลดขยะได้มากเท่าไหร่คือการได้เปรียบทางธุรกิจมากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัท Paul Hawker จากประเทศอังกฤษบอกว่า ภาคธุรกิจเป็นกลไกสำคัญของโลกใบนี้ที่มีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนโลกได้

ปัจจุบันนักสิ่งแวดล้อมได้มองไปยังภาคธุรกิจที่จะเป็นส่วนสำคัญช่วยกอบกู้โลกไว้ให้เราได้

โลกเรียกร้องการพัฒนาที่ยั่งยืนมา 24 ปี และยังไม่ประสบความสำเร็จในอดีตเพราะขาดความร่วมมือจากภาคเอกชนอย่างเต็มที่ ปัจจุบันโลกจึงมี 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 169 เป้าประสงค์ และ 241 ตัวชี้วัด เพื่อเป็นกรอบในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนทั่วโลกต่อไป

ในความพยายามดังกล่าว องค์การสหประชาชาติได้จัดตั้ง UN Global Compact ขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และปัจจุบันมี CEO จากบริษัท 9,792 บริษัทจาก 164 ประเทศรวมถึงประเทศไทยร่วมลงนามแล้ว

มูลนิธิมั่นพัฒนา ได้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดันให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีบทบาทในเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในการจัดทำหนังสือ Thailand Sustainnable Business Guide ที่ช่วยให้แนวทางการดำเนินการธุรกิจแบบยั่งยืนแก่ภาคธุรกิจไทยในเรื่องราวต่าง ๆ ที่หลากหลาย

ดร.บัณฑูร อธิบายว่า เรื่องของการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ยังไม่ประสบความสำเร็จนัก เริ่มขึ้นเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2515 ที่การประชุมในกรุง Stockholm ซึ่งอยู่ในช่วงของยุคปฏิวัติการเกษตรที่ใช้สารเคมี มีการตีพิมพ์หนังสือชื่อ "Silent Spring" นำไปสู่ความตื่นตัวเป็นอย่างยิ่ง มีการตั้งโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP เพื่อดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ

ต่อมาในปี 2535 เป็นครั้งแรกที่มนุษย์เห็นภาพโลกทั้งใบในชั้นบรรยากาศพร้อม ๆ กับการเห็นรูรั่วที่ชั้นโอโซน (Ozone Depletion) ซึ่งสามารถทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังในมนุษย์ได้ ต่อมาได้มีการออกปฏิญญาริโอ, อนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพ, อนุสัญญาโลกร้อน, และอนุสัญญาต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย เพื่อรณรงค์ให้โลกลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ความพยายามเหล่านี้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก เกิดการเจรจา GATT ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) มีการตัดสินเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและธุรกิจการค้าจำนวนมากที่ล้มเหลว เกิดวิกฤติราคาน้ำมันสูงกว่า 100 เหรียญต่อบาเรล ตามมาด้วยการเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจอีกจำนวนมาก

ต่อมามีรายงานเกี่ยวกับโลกร้อนโดยนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกที่ได้ข้อสรุปว่า "โลกร้อนเกิดจากมนุษย์" นำไปสู่

1) การรณรงค์เรื่องการช่วยกันลดโลกร้อน เรื่อง "เศรษฐกิจสีเขียว" หรือ "Green Economy" ซึ่งทำให้เกิดการตระหนักในเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน และมีการประชุมเป็นครั้งแรกของโลกชื่อ The United Nations Conference on Sustainable Development (UNCSD), หรือ Rio 2012, Rio+20 หรือ Earth Summit 2012 (พ.ศ. 2555) และ

2) มีข้อเสนอให้ยกระดับ UNEP ให้เป็นองค์กรระดับโลกเพื่อต้านทานกับ WTO แต่ล้มเหลวทั้ง 2 เรื่อง

ความล้มเหลวดังกล่าวนำไปสู่การจัดทำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยใช้เวลาในการเจารจากว่า 3 ปี และได้บทสรุปเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 เป้าหมายที่ประกาศใช้ในเดือนกันยายน 2558 เป็นการเสนอเป้าหมายให้แต่ละประเทศแยกกันไปดำเนินการตามบริบทของประเทศตนในกรอบระยะเวลา 15 ปี (2559-2563) ซึ่งได้รับการยอมรับจาก 196 ประเทศทั่วโลก

โดยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนประกอบด้วย 5 กลุ่ม ได้แก่ People, Prosperity, Planet, Peace และ Partnership ซึ่งมีนัยยะว่าการดำเนินการด้านเศรษฐกิจและสังคมอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของสิ่งแวดล้อมก็คือ "โลก" ซึ่งมีการศึกษาไว้ว่า หากเราจะพัฒนาและใช้ชีวิตแบบประเทศที่เจริญแล้วต่าง ๆ เช่น ประเทศในยุโรป เราจะต้องการโลกอีก 3 ใบมารองรับการพัฒนาแบบนั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ความจริงก็คือเราต้องพัฒนาภายใต้ข้อจำกัดของระบบนิเวศของเรานั่นเอง

ในส่วนของประเทศไทย รัฐธรรมนูญปี 2560 ระบุว่า ประเทศไทยต้องมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (อาจเป็นประเทศเดียวในโลกที่ระบุเรื่องนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ) โดยมาตรา 65 เขียนไว้ว่า "รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน" โดยต้องมีการทบทวนทุก 5 ปี เพื่อรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไป เช่น ปัจจุบันคือ Mega trend ได้แก่ Internet of Things, Disruptive Technology, Aging Society, Climate Change เป็นต้น

ในระดับแนวคิด ประเทศไทยได้น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นฐานคิดในยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ รวมถึงศาสตร์ของพระราชาในด้านต่าง ๆ ที่สามารถเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ทั้ง 5 กลุ่ม โดยพบว่าล้วนเป็นเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เคยทรงงานไว้แล้วทั้งสิ้น และในขั้นตอนการนำไปปฏิบัติได้สะท้อนแนวคิด, วิถีการพัฒนา, และหลักการทรงงานของพระองค์ในยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน และแผนพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ ทั้ง 11 ด้าน ผ่านการติดตามความก้าวหน้าโดยคณะกรรมการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างครบถ้วน

ในส่วนของภาคธุรกิจ ในประเทศไทยกำลังส่งเสริมให้มีการแข่งขันกันผลิตแบบคาร์บอนต่ำ หมายถึง การส่งเสริมให้การผลิตสินค้า/ประเภทเดียวกันด้วยการผลิตคาร์บอนที่น้อยกว่าในกระบวนการผลิต

นอกจากนี้ UN Global Compact ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการดำเนินธุรกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านสิทธิมนุษยชน ด้านแรงงาน ด้านสิ่งแวดล้อม และการต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งกระจายเป็นข้อบังคับ รวม 10 ข้อ ได้แก่

• ด้านสิทธิมนุษยชน

- สนับสนุนและเคารพการปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ

- ไม่ข้องแวะกับการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

• ด้านมาตรฐานแรงงาน

- ยึดมั่นต่อเสรีภาพชองพนักงานในการสมาคมและรวมกลุ่มในการเจรจาต่อรอง

- ขจัดการบังคับใช้แรงงานทุกรูปแบบ

- ขจัดการใช้แรงงานเด็ก

- ขจัดการเลือกปฏิบัติในการจ้างงานและอาชีพ

• ด้านสิ่งแวดล้อม

- สนับสนุนการดำเนินการป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม

- แสดงความคิดริเริ่มให้เกิดความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมวงกว้าง

- ส่งเสริมการพัฒนาและเผยแพร่เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

• การต่อต้านการคอร์รัปชั่น

- ร่วมต่อต้านการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ รวมไปถึงการบังคับขูดรีด และการรับสินบน

โดยในประเทศไทยมี 15 องค์กรร่วมก่อตั้ง Global Compact Network Thailand เพื่อขับเคลื่อนงานตามแนวทางของ UN Global Compact ต่อไป

ทั้งนี้ อาจมีรูปแบบของความร่วมมืออื่น ๆ อีกหลายรูปแบบที่สามารถช่วยให้การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนบรรลุความสำเร็จได้ด้วยความร่วมมืออย่างแข็งขันจากภาคเอกชน ได้แก่

- ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนด้วยกันเองหลาย ๆ องค์กร

- ความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชน เช่น โมเดลประชารัฐของรัฐบาล เป็นต้น

ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 55 จาก 157 ประเทศในโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะสามารถขับเคลื่อนอย่างสำเร็จได้ด้วยความร่วมมือของทุกคน โดนเฉพาะภาคเอกชนเป็นสำคัญ