facebook share
facebook share
โลกอาลัย “ในหลวงภูมิพล” มหากษัตริย์นักพัฒนา

ข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์

 

ข่าวการเสด็จสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 นอกจากจะนำความวิปโยคอย่างใหญ่หลวงมาสู่คนไทยทั้งประเทศแล้ว ราชวงศ์ต่างชาติและผู้นำรัฐบาลทั่วโลกก็ได้มีพระราชสาส์นและสาส์นแสดงความอาลัยต่อการจากไปของพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณ และพระอัจฉริยภาพด้านต่าง ๆ อันเป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2560 สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงมีพระราชสาส์นส่วนพระองค์แสดงความเสียพระราชหฤทัยมายังสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งแม้พระราชสาส์นดังกล่าวจะไม่มีการเผยแพร่สู่สาธารณชน แต่สื่อมวลชนในอังกฤษคาดหมายว่าคงจะมีเนื้อหาแสดงความอาลัยและคำสดุดี เช่นเดียวกับสาส์นของผู้นำทั่วโลกที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันพฤหัสบดี (13 ตุลาคม 2559)

ราชวงศ์ต่าง ๆ ของยุโรปก็มีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยหลังจากที่ทราบข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  อาทิ สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ซึ่งตรัสว่า

“…หม่อมฉันและและพระราชินีทราบข่าวด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร หม่อมฉันและพระราชินีขอแสดงความเสียใจไปยังสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ…”

สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธที่ 2 แห่งเดนมาร์ก ทรงมีพระราชสาส์นว่า

“…หม่อมฉันรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ได้ทราบข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ความสัมพันธ์ระหว่างสองราชวงศ์ของเราใกล้ชิดมาโดยตลอด เจ้าชายเฮนริค (พระสวามี) และหม่อมฉันขอแสดงความเสียใจมายังพระบรมวงศานุวงศ์และประชาชนคนไทย…”

สมเด็จพระราชาธิบดี วิลเลิม-อเล็กซานเดอร์ แห่งเนเธอร์แลนด์ ได้มีพระราชดำรัสเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในฐานะที่ทรงให้ความสำคัญต่อคุณค่าแห่งความสามัคคีและความร่วมมืออย่างสันติของประชาชนในชาติ ส่วนพระราชสาส์นของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ระบุว่า

“…หม่อมฉันรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่ได้ทราบข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในนามของหม่อมฉันและประชาชนชาวนอร์เวย์ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ตลอดจนประชาชนคนไทยด้วย…”

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นแถลงว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิจิโกะ ทรงไว้ทุกข์ถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นเวลา 3 วัน และโปรดเกล้าฯ ให้นาย ชิกะโอะ คะวะอิ เลขาธิการสำนักพระราชวัง เดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว เพื่อส่งพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัย

นายกรัฐมนตรี ชินโซ อะเบะ แห่งญี่ปุ่น ซึ่งได้เดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว เพื่อลงนามถวายความอาลัย และโค้งคำนับต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ระบุว่า

“…ตนในฐานะตัวแทนของรัฐบาลและประชาชนชาวญี่ปุ่นขอแสดงความเสียใจมายังพระบรมวงศานุวงศ์ของไทย ตลอดจนรัฐบาลและประชาชนไทย โดยชาวญี่ปุ่นจะสวดภาวนาและส่งความคิดคำนึงถึงคนไทยในห้วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้…”

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ทรงโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “His Majesty King Jigme Khesar Namgyel Wangchuck” ว่า ทรงรับทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ด้วยความเสียพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง ทรงกำหนดให้มีการลดธงครึ่งเสา และประกาศให้วันที่ 14 ตุลาคม 2559 เป็นวันหยุดราชการ เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวภูฏานได้สวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล

ก่อนหน้านั้น 1 วัน เฟซบุ๊กของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีก็ได้โพสต์พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมข้อความว่า ทรงมีพระบรมราชโองการให้วัดวาอารามทั่วภูฏานจัดพิธีสวดมนต์เป็นกรณีพิเศษ เพื่อขอให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ของไทยทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง     

หลังจากมีแถลงการณ์สวรรคต สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี พระราชบิดา และพระบรมวงศานุวงศ์ ได้ทรงนำคณะสงฆ์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล และคนไทยในภูฏาน ร่วมกันจุดเทียน 1,000 เล่ม และสวดมนต์เพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ป้อมทาชิโชซองในกรุงทิมพู

ต่อมาในวันที่ 16 ตุลาคม 2559 สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินี เจ็ตซุน เปมา วังชุก ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และทรงร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ จากนั้น ทรงพระดำเนินไปทรงลงพระนามถวายความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวังพระบรมมหาราชวัง

ในวันเดียวกันนั้น เฟซบุ๊กของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏานยังได้เผยแพร่ข้อความที่ทรงพระอักษรถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  ของไทยว่า

“…แด่พระมหากษัตริย์ไทยผู้ทรงหาที่เปรียบมิได้ ทรงเปี่ยมด้วยพระวิสัยทัศน์ ดุจดั่งอัญมณีล้ำค่า ซึ่งได้เสด็จฯ เข้าสู่ปรินิพพานแล้วนั้น ข้าพเจ้าของแสดงความเคารพอย่างสูงสุด และขอสวดภาวนาถวายแด่พระองค์ด้วยใจจริง ขอให้พระองค์ท่านเสด็จพระราชสมภพเป็นธรรมราชาตลอดกาล เพื่อประโยชน์สุขแห่งมวลสรรพชีวิต…”

ประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกา ยกย่องพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่า ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ไม่เคยเหน็ดเหนื่อยในการพัฒนาประเทศ และชื่นชมที่ทรงอุทิศพระองค์อย่างไม่ย่อท้อเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรภายใต้ร่มพระบริบาล

“…พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาพลอดุลยเดชฯ ทรงเป็นมิตรที่ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ และทรงเป็นหุ้นส่วนที่มีค่ายิ่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายต่อหลายคน... ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่านระหว่างการเดินทางเยือนไทยในปี 2012 และตระหนักถึงความสง่างามและความอบอุ่น เช่นเดียวกับความรักที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย…” โอบามา กล่าว

อดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน แห่งสหรัฐอเมริกา และนางฮิลลารี คลินตัน ภริยา ได้มีถ้อยแถลงแสดงความเสียใจต่อข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  ใจความตอนหนึ่งว่า

“…ฮิลลารี และผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังประชาชนแห่งราชอาณาจักรไทยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตลอดระยะเวลา 70 ปี พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย เพื่อให้พวกเขาได้มีอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น พระองค์ทรงเป็นผู้นำที่รับใช้ปวงชนอย่างแท้จริง... ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ไปเยือนประเทศไทยในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี…และ ฮิลลารี ก็รู้สึกซาบซึ้งใจที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์พร้อมกับประธานาธิบดี บารัค โอบามา เมื่อคราวไปเยือนไทยครั้งล่าสุด …”

“…พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นผู้นำที่ดี และมีน้ำพระทัยเมตตา โลกกำลังต้องการผู้นำเฉกเช่นพระองค์มากยิ่งขึ้น เราทั้งสองขอส่งความระลึกถึง การสวดภาวนา และกำลังใจไปยังสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์…”

ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ได้ยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยนาย บัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้แสดงความหวังว่าไทยจะยึดถือมรดกของพระองค์ที่ทรงยึดมั่นในค่านิยมสากล และการเคารพต่อสิทธิมนุษยชน

นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัก แห่งมาเลเซีย ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งถึงพระบรมวงศานุวงศ์และประชาชนชาวไทยต่อการเสด็จสวรรคต ขณะที่รัฐบาลสิงคโปร์ก็ได้เทิดทูนพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่า

“…ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่โดดเด่นและเป็นที่เคารพรักอย่างสูง...พระองค์ได้ทรงงานหนักอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทย…”

นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย ได้โพสต์ข้อความถวายความอาลัยทางทวิตเตอร์ ใจความว่า

“…ประชาชนชาวอินเดียและผมรู้สึกเศร้าเสียใจเช่นเดียวกับคนไทยในการสูญเสียผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่งในยุคของเรา คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร…”      

ประธานาธิบดี สี่ จิ้นผิง ของจีน ได้เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่า

“…ทรงอุทิศพระองค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาของชาติไทย และสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงปฏิบัติไว้นั้น…มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและจีน…”

ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้ส่งสาส์นแสดงความอาลัยใจความว่า

“…ตลอดหลายสิบปีที่ทรงครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นที่รักและเทิดทูนอย่างจริงใจของพสกนิกรชาวไทย และทรงเป็นที่เคารพนับถืออย่างยิ่งในต่างประเทศ…”      

ส่วนนายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ แห่งอังกฤษ ระบุว่า

“…พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานแนวทางแก่พสกนิกรชาวไทยด้วยความสง่างาม การอุทิศพระองค์ และพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลตลอดพระชนม์ชีพ และจะทรงเป็นที่รำลึกถึงอย่างยิ่งตลอดไป…”      

นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ได้ส่งสาส์นแสดงความเสียใจมายัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใจความว่า

“…ข้าพเจ้าได้ทราบด้วยความเศร้าสลดใจยิ่งเรื่องการเสด็จฯ สวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่เคารพเทิดทูนสูงสุดของไทย และกษัตริย์ผู้ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559…”

“…การเสด็จฯ สวรรคตของพระองค์ไม่เพียงเป็นความสูญเสียสำหรับประเทศไทยและคนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นความสูญเสียสำหรับมิตรประเทศทั่วโลก... พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงอุทิศพระองค์เพื่อความเป็นเอกภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และความสุขของปวงชนชาวไทย ความเป็นกษัตริย์ที่เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพ และการอุทิศพระองค์เพื่อบ้านเมืองอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยด้วยพระราชจริยวัตรที่งดงาม จะอยู่ในความทรงจำของประชาชนคนไทยตลอดไป…”      

“…ในห้วงเวลาแห่งความโศกเศร้าสำหรับท่านและคนไทยทั้งประเทศ ขอให้ผมในฐานะผู้แทนรัฐบาลและประชาชนชาวกัมพูชาได้แสดงความเห็นอกเห็นใจและความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมถึงรัฐบาลและปวงชนชาวไทย เนื่องในความสูญเสียอันยิ่งใหญ่นี้…”      

จากถ้อยคำแสดงความอาลัยที่ยกมาได้เพียงบางส่วนแสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไม่เพียงทรงเป็นที่รักและเทิดทูนในฐานะ “พ่อ” ของพสกนิกรชาวไทยเท่านั้น แต่ยังทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนาผู้ยิ่งใหญ่ที่ทั่วโลกต่างแซ่ซ้องพระเกียรติคุณ และจะน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยและผู้คนทั่วโลกตลอดไป