facebook share
facebook share
เทคโนโลยีนี้ของไทยจะทำให้ฝนตกทั่วไปในจอร์แดน

จอร์แดนไม่มีชื่อเสียงเรื่องฝน แต่แม้ธรรมชาติจะไม่เป็นใจ ทว่ายังมีเทคโนโลยีที่ช่วยได้ ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไปจอร์แดนจะใช้เทคโนโลยีของไทยสร้างฝนเทียมเพื่อกระตุ้นหรือเพิ่มปริมาณฝนทั่วราชอาณาจักร

เทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชแห่งประเทศไทย ผู้ทรงค้นพบเทคนิคใหม่ที่ทำให้เมฆหนาแน่นขึ้น และเกิดฝนตกมากขึ้นและแรงขึ้น

โมฮัมหมัด ซามาวี อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาแห่งจอร์แดน กล่าวว่า จอร์แดนเป็นประเทศที่มีน้ำน้อยที่สุดประเทศหนึ่งของโลก

การขาดแคลนน้ำทำให้เกิดข้อวิตกเรื่องสุขภาพอยู่แล้ว นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้นอาจทำให้จอร์แดนอ่อนแอลงกว่าเดิม เพราะอุณหภูมิกำลังสูงขึ้นและลักษณะฝนกำลังเปลี่ยนแปลงไป

ในปัจจุบันการขาดน้ำในระดับที่น่าวิตกและผลของความแห้งแล้งเป็นภัยคุกคามสุขภาพอันร้ายแรงที่สุดในประเทศนี้ดังที่องค์การอนามัยโลกได้กล่าวไว้ นอกจากนี้ยังเป็นปัจจัยที่จำกัดการพัฒนาทางเศรษฐกิจโดยทั่วไปด้วย

กระบวนการทำฝนเทียมในไม่กี่ปีต่อจากนี้จะเป็นการดำเนินโครงการระดับชาติอย่างต่อเนื่องโดยกองทัพอากาศจอร์แดน กระทรวงน้ำ และกระทรวงเกษตร

จอร์แดนได้รับอนุญาตจากประเทศไทยให้ใช้เทคนิคนี้เมื่อปี 2552 จอร์แดนและประเทศไทยได้ลงนามในบันทึกเพื่อความเข้าใจเมื่อวันที่ 23 มีนาคม เพื่อใช้ความรู้และความชำนาญของประเทศเอเชียตะวันออกแห่งนี้ให้เป็นประโยชน์ นี้หมายถึงการทำฝนเทียมนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จอร์แดนใช้เทคโนโลยีกระตุ้นให้เกิดฝนเพื่อบรรเทาความแห้งแล้งซึ่งรุนแรง ในการให้สัมภาษณ์กับจอร์แดนไทมส์ โมฮัมหมัดกล่าวว่า จอร์แดนเคยพยายามทำฝนเทียมเองตั้งแต่ปี 2532 ถึงปี 2538 แต่การทดลองนั้นล้มเหลวเนื่องด้วยข้อจำกัดทางเทคนิคหลายประการ

ในการทำฝนเทียมนั้นมีการโปรย“เมล็ด”ของสารเคมีบางชนิดลงบนก้อนเมฆเพื่อเพิ่มความชื้นและทำให้ฝนตก

วิธีการปรับสภาพอากาศที่เรียกว่าการโปรย“เมล็ด”ลงบนก้อนเมฆนี้คือการโปรยเกลือหรือสารเคมีอื่น ๆ ในอากาศเพื่อเพิ่มปริมาณฝนในธรรมชาติ ก่อนอื่นจะต้องใช้เรดาร์ช่วยหาก้อนเมฆที่มีลักษณะเหมาะแก่การโปรยสารเคมี จากนั้นเจ้าหน้าที่บนเครื่องบินจะใช้พลุส่องสว่างหรือวัตถุระเบิดช่วยกระจายเกลือในส่วนล่างของก้อนเมฆ ซึ่งจะทำให้ก้อนเมฆมีขนาดโตขึ้นเนื่องจากมีน้ำเกิดขึ้น แล้วฝนก็จะตก

แหล่งน้ำในจอร์แดนมีปริมาณน้ำปีละ 800-900 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเลี้ยงประชาชนได้เพียงสามล้านคนเท่านั้น แต่ในขณะนี้จำนวนผู้ใช้น้ำที่จอร์แดนมีมากกว่า 10 ล้านคนเพราะประชากรเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ต้องอาศัยการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดความยั่งยืน

เช่นเดียวกับจอร์แดน ไทยก็เป็นประเทศที่ประสบภัยแล้งขั้นรุนแรงและมีแหล่งน้ำจำกัด การปรับปรุงเทคโนโลยีที่ใช้ทำฝนเทียมทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางเรื่องการทำฝนเทียมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีสำนักฝนหลวงและการบินเกษตรเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาและดำเนินโครงการทดลองและคิดค้นเทคนิคอันล้ำสมัยเพื่อการนี้