facebook share
facebook share
วุฒิสภาสหรัฐเชิดชู "ในหลวง ร.9" ทรงดำรงพระชนมชีพอย่างโดดเด่น เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพ

(15 มีนาคม 2560) ที่ประชุมวุฒิสภาสหรัฐสมัยสามัญที่ 115 ครั้งที่ 1 ได้ผ่านข้อมติเชิดชู "ในหลวง ร.9" ทรงดำรงพระชนมชีพอย่างโดดเด่น เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพ

ที่ประชุมวุฒิสภาสหรัฐสมัยสามัญที่ 115 ครั้งที่ 1 ได้ผ่านข้อมติเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2560 ยกย่องและรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในฐานะที่พระองค์ทรงดำรงพระชนมชีพอย่างโดดเด่น เป็นผู้นำที่เด็ดเดี่ยว และเปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพ

ทั้งนี้ในข้อมติดังกล่าวระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีสายสัมพันธ์พิเศษกับสหรัฐ ด้วยว่าพระองค์ทรงมีพระประสูติกาล ณ เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ พระองค์ทรงขึ้นครองสิริราชสมบัติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 และได้มีการเฉลิมฉลองในโอกาสที่ทรงครองราชย์ครบ 70 ปีไปเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา โดยพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดในโลกและในประวัติศาสตร์ชาติไทย ทรงอุทิศพระองค์เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนไทยและเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศ ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร ซึ่งทำให้พระองค์ทรงเป็นที่เคารพรักเป็นอย่างสูงของปวงชนชาวไทย และได้รับความเคารพจากผู้คนทั่วโลก

พระองค์ทรงยื่นมือไปหาคนยากจนและผู้ที่เปราะบางในประเทศโดยไม่คำนึงถึงสถานะ เชื้อชาติ และศาสนา รับฟังปัญหาของคนเหล่านั้น เสริมสร้างความสามารถให้คนเหล่านี้จัดการกับชีวิตของตัวเองได้ พระองค์ทรงเป็นบุคคลแรกที่ได้รับรางวัล “ความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์” จากสหประชาชาติ ทั้งยังทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นกษัตริย์นักพัฒนา ทรงได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติทั้งในด้านทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม และผลงานที่พระองค์ทรงสร้างสรรค์ จนทำให้องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกทูลเกล้าฯถวายเหรียญรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา
พระองค์ยังทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยวแห่งสันติภาพและความมั่นคงของไทยในหลายทศวรรษแห่งความวุ่นวายช่วงสงครามเย็น ทรงเป็นมิตรที่เชื่อถือได้ของสหรัฐในการสร้างความเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดและเข้มแข็งระหว่างสองประเทศ แม้พระองค์จะเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 แต่คุณูปการที่พระองค์ทรงสร้างไว้ให้กับประชาชนจะยังคงยืนยาวต่อไปตราบนานเท่านาน

ที่ประชุมวุฒิสภาขอยกย่องที่พระองค์ทรงดำรงพระชนมชีพอย่างโดดเด่น เป็นผู้นำที่เด็ดเดี่ยว และเปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพ ตลอด 70 ปีที่ครองสิริราชสมบัติ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมถึงประชาชนคนไทยต่อการสูญเสียครั้งนี้ และเฉลิมฉลองความเป็นพันธมิตรและมิตรภาพระหว่างสองประเทศที่สะท้อนผ่านสิ่งที่เป็นความสนใจร่วมกัน ภายใต้ความสัมพันธ์ทางการทูตที่ยืนยาวถึง 183 ปี ความเป็นพันธมิตรในหลายมิติระหว่างกันมีส่วนช่วยส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และความรุ่งเรืองของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกโดยรวม
ที่ประชุมวุฒิสภายังแสดงความยินดีต่อการเสด็จขึ้นทรงราชย์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ด้วยรากฐานของความเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งในรัชสมัยของพระราชบิดาของพระองค์ เรารอคอยที่จะกระชับสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างไทยและสหรัฐให้แนบแน่นต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ และ www.congress.gov