facebook share
facebook share
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรี

ตามที่ สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime - UNODC) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่ง ทูตสันถวไมตรี “ทูตสันถวไมตรีด้านการส่งเสริมหลักนิติธรรมและระบบงานยุติธรรมทางอาญาสำหรับภูมิภาคเอเชีย แด่ พระเจ้า หลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เมื่อวนัที่ 8 กุมภาพันธ์ เพื่อดำเนินกิจกรรมที่สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาตินั้น ล่าสุดในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักงาน UNODC ได้ร่วมกับ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) (Thailand Institute of Justice - TIJ) จัดแถลงข่าวโดย นายเจเรมี ดักลาส ผู้แทนสำนักงาน UNODC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก และ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการ TIJ ร่วมกันแถลง ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร 

สำหรับการทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีนี้ เป็นผลมาจากการที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระภารกิจเพื่อส่งเสริมความยุติธรรม และความเท่าเทียมของกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่องมากว่า 10 ปี ทั้งยังทรงสนพระทัยพิเศษด้านการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้หญิงในกระบวนการยุติธรรม โดยได้ทรงริเริ่มดำเนินโครงการต่างๆ รวมถึงการยกร่างและรณรงค์อันนำไปสู่การรับรองข้อกำหนดสาประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขัง หรือ "ข้อกำหนดกรุงเทพ" รวมถึงการก่อตั้งสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรล่าสุดที่เข้าร่วมสถาบันเครือข่ายของสำนักงาน UNODC ขณะที่ทางด้านงานของสำนักงาน UNODC นั้นพระองค์ทรงมีบทบาทสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานในภูมิภาค UNODC 

ทรงช่วยสร้างการรับรู้ในประเด็นระดับโลกที่สำคัญและระดมความร่วมมือต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ยังส่งผักดันในเวทีสหประชาชาติให้ตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างหลักนิติธรรมกับการพัฒนา โดยทรงริเริ่มให้เกิดการประชุมเสวนาระดับนานาชาติ ว่าด้วยหลักนิติธรรมในปี 2556 เพื่อสร้างแรงผลักดันทางการเมืองและให้ประเด็นความยุติธรรม ความมั่นคง หลักนิติธรรม ได้ถูกบรรจุเข้าเป็นส่วนหนึ่งของวาระการพัฒนาเที่ยงยืนของสหประชาชาติ ทั้งนี้ ทรงมีพระดำริอยู่เสมอว่าหลักนิติธรรมไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาคส่วนใดพรรคส่วนหนึ่งเท่านั้นแต่เกี่ยวข้องกับทุกคนและทุกภาคส่วน

ดร.กิตติพงศ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการ TIJ ในฐานะหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลไทยให้ถวายงานพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา ในด้านภารกิจที่เกี่ยวข้องกับหลักนิติธรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน  กล่าวเสริมว่าการแต่งตั้งบุคคลสำคัญและบุคคลที่มีความสามารถและมีชื่อเสียงจากสาขาวิชาต่างๆ ให้เป็นทูตสันถวไมตรีถือเป็นประเพณีที่หน่วยงานในองค์การสหประชาชาติได้ปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจภารกิจและบทบาทของ UN พร้อมทั้งช่วยส่งต่อศาลในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาโลกและสังคมของหน่วยงานให้ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น โดยก่อนหน้านี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา ทรงดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของกองทุนสหประชาชาติเพื่อการพัฒนาสตรี สำหรับประเทศไทย เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความรุนแรงต่อผู้หญิงนับแต่ปีพ.ศ. 2551 การได้รับ การทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรี ด้านการส่งเสริมหลักนิติธรรมและระบบงานยุติธรรมทางอาญาสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสให้ส่งต่อยอดพระภารกิจเพื่อส่งเสริมหลัก นิติธรรม ความยุติธรรม และการพัฒนาทางเลือกให้เป็นกระแสหลักของโลกต่อไป

อาชญากรรมเป็นปัจจัยที่ทำลายสภาพของชุมชน ประเทศ และภูมิภาคในฐานะทูตสันถวไมตรี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จะทรงมีบทบาทในโครงการของสำนักงาน UNODC ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างหลักนิติธรรม สันติภาพ เสถียรภาพ และวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 โดยในเดือนมีนาคมนี้ พระองค์จะเสด็จเข้าร่วมในการประชุมระดับสูงในเวทีระหว่างประเทศและเวทีภูมิภาค 2 กิจกรรม จากนั้น จะทรงเข้าร่วมในการประชุมระดับสูงอื่นๆ ตลอดทั้งปี อันจะนำไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จ เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืนสืบไป

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 24 ก.พ. - 2 มี.ค. 2560 ปีที่ 37 ฉบับที่ 1906 

เรื่องราวอื่นๆ