facebook share
facebook share
มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
“น้ำ คือ ชีวิต”
 
จากการเรียนรู้สู่การจัดการทรัพยากรน้ำ ชุมชนบ้านลิ่มทองเริ่มต้นจากการพึ่งพาตนเอง ด้วยความอดทนพยายาม ลงมือทำจนเกิดเป็นประสบการณ์ สร้างคนในท้องถิ่นให้เปลี่ยนแปลง เกิดกระบวนการเรียนรู้ คิดเป็น ทำเป็น เกิดเครือข่าย มีส่วนร่วม และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง คลองส่งน้ำและสระแก้มลิง สอนให้ชาวบ้านรู้คุณค่าของคำว่า “น้ำ คือ ชีวิต”
ชุมชนบ้านลิ่มทอง ชุมชนเครือข่ายการจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ

ข้อมูลจาก มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

ชุมชนบ้านลิ่มทอง ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ มีสภาพพื้นที่ซึ่งประสบปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำ จนมีคำกล่าวติดปากว่า “บุรีรัมย์ตำน้ำกิน” เพราะน้ำไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร ชุมชนจึงเริ่มวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหา โดยการออกสำรวจพื้นที่ แหล่งน้ำ เพื่อพิจารณาสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ที่ทำให้เกิดการจัดการปัญหาเรื่องน้ำระดับชุมชน อย่างมีส่วนร่วมและพึ่งพาตนเองขึ้น ผลที่ได้รับคือ สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร น้ำอุปโภค-บริโภค ชุมชนมีน้ำสำรองเพื่อทำการเกษตร รายได้เพิ่มขึ้น ทรัพย์สินเพิ่มขึ้น หนี้สินลดลง ทำให้เครือข่ายการบริหารจัดการน้ำระดับชุมชนบ้านลิ่มทอง ชนะเลิศการประกวดการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ ได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 57 ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่สร้างความปิติยินดีให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก และเพื่อให้ชุมชนอื่นๆ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนผ่านพื้นที่จริง ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้เปิดให้เป็นชุมชนบ้านลิ่มทองเป็น "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ บ้านลิ่มทอง จ.บุรีรัมย์" ณ ศูนย์อินเทอร์เน็ตบ้านโคกพลวง โดยมีส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมงานเพื่อชื่นชมในความสำเร็จ

สภาพปัญหาของชุมชนลิ่มทอง

  • ปัญหาฝนทิ้งช่วง
  • ขาดแคลนแหล่งเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ยามหน้าแล้ง
  • โครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อมต่อและกระจายน้ำเสื่อมสภาพ

การเรียนรู้และการจัดการ ตามแนวพระราชดำริ

  • การเรียนรู้ และ การจัดการ
  • เรียนรู้การจัดทำบัญชีครัวเรือน กับมูลนิธิเพื่อการศึกษาและประชาสงเคราะห์ และสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน
  • พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ดำเนินกิจกรรมเยาวชนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องจับพิกัดจุด GPS การใช้งานแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม
  • จัดตั้งคณะกรรมการน้ำชุมชน เขียนแผน และดำเนินการขุดคลองส่งน้ำ สระเก็บน้ำแก้มลิง สระกักเก็บน้ำไร่นา เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระดับชุมชนที่มีประสิทธิภาพ
  • จัดทำระบบประปาบำบัดน้ำใส และบัญชีผู้ใช้น้ำ
  • แผนการผลิตที่สอดรับกับการจัดการน้ำ โดยแบ่งเป็น แผนการใช้น้ำจากแหล่งน้ำต้นทุน และแผนการเพาะปลูกด้วย Excel
  • แปลงเกษตรทดลอง เพื่อทดลองความรู้ในการปลูกพืชต่างๆ เช่น การใช้เกษตรอินทรีย์ ระบบน้ำหยด พืชหมุนเวียน เกษตรผสมผสาน เกษตรประณีต
  • แผนการตลาด โดยระบบรวมกันผลิต และรวมกันขาย สมาชิกในกลุ่มทดลองหาตลาดและดำเนินการขายเองในนามกลุ่มเกษตรกร
  • การดูแลคุณภาพน้ำ
  • สร้างระบบประปาบำบัดน้ำใส ส่งตรวจคุณภาพน้ำ สามารถใช้ในการอุปโภคได้ แต่คุณภาพน้ำยังไม่ถึงระดับบริโภค
  • การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและมีประสิทธิภาพ
  • ผันน้ำจากระบบบำบัดประปาน้ำใส กลับลงสระเก็บน้ำ เพื่อนำกลับมาใช้ได้ใหม่
  • ตรวจสอบคุณภาพตะกอนจากระบบประปา เพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์
  • ปลูกหญ้าแฝก และไม้ใหญ่ รอบสระเก็บน้ำ และแนวคลองส่งน้ำ เพื่อลดการระเหยของน้ำอย่างสิ้นเปลือง
  • วางแผนอนาคตในการรีไซเคิลน้ำจากครัวเรือน เพื่อใช้ในการเกษตร
  • เศรษฐกิจพอเพียง
  • เกษตรผสมผสาน
  • สระเก็บน้ำแก้มลิง
  • ปลูกหญ้าแฝกและไม้ให้ร่ม