คอลัมน์เวทีมั่นพัฒนา วันที่ 2 กรกฎาคม 2561

TSDF – TRF Sustainability Forum

เวทีเสวนาเชิงปฏิบัติการ พื้นที่ชนบทไทย: โอกาสและความท้าทายของนักวิจัยรุ่นใหม่

อ่านเนื้อหาแบบ PDF

 

ประเทศจะเกิดความก้าวหน้าอย่างยั่งยืนได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปในทุกมิติ และทั่วถึงในทุกพื้นที่โดยไม่ละทิ้งใครไว้ข้างหลัง เมืองและชนบทจะต้องเติบโตไปพร้อมกันภายใต้บริบทที่สอดรับกันอย่างสมดุล การพัฒนาที่เข้มแข็งนอกจากจะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนแล้วนั้น ยังจำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ และการบูรณาการองค์ความรู้ที่หลากหลายจากผู้มีประสบการณ์ รวมถึงนักวิชาการรุ่นใหม่ที่จะมีบทบาทในการพัฒนาสังคมต่อไปในอนาคต ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการสร้างความร่วมมือระหว่างมูลนิธิมั่นพัฒนา และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในการขับเคลื่อนนักวิจัยรุ่นใหม่ ให้ตระหนักต่อคุณค่า และความสำคัญของการสร้างงานวิจัยเพื่อพัฒนาชนบทไทยให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน ผ่านการจัดเวทีเสวนาเชิงปฏิบัติการ TSDF –TRF SUSTAINABILITY FORUM  ที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และเสริมองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการทำงานวิจัยเชิงพื้นที่ให้กับนักวิจัย และนักวิชาการรุ่นใหม่ได้สัมผัสประสบการณ์จริง เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับความเชี่ยวชาญในสาขาของตนเอง เกิดเป็นงานวิจัยที่สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับชนบทไทยต่อไป โดยในปีนี้ ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการจัดงาน TSDF – TRF SUSTAINABILITY FORUM 1/2018 พื้นที่ชนบทไทย โอกาสและความท้าทายของนักวิจัยรุ่นใหม่ ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ โรงแรมเชียงใหม่ แกรนด์วิว เมื่อวันที่ 28 – 30 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา

รองศาสตราจารย์ ดร.อาวรณ์ โอภาสพัฒนกิจ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการและรับใช้สังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันนักวิจัยถูกคาดหวังให้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างผลงานวิจัยที่สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนท้องถิ่นในประเทศ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นความท้าทายให้นักวิจัยในสาขาต่างๆ ต้องเริ่มเข้าไปศึกษาชุมชนชนบทเพื่อทำความเข้าใจถึงบริบท ปัญหาและความต้องการเพื่อนำมาต่อยอดเป็นงานวิจัยที่จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่ได้อย่างแท้จริง นำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ชนบทไทยให้เกิดความเข้มแข็งได้อย่างยั่งยืน  ขณะเดียวกันระดับประเทศก็มีแผนยุทธศาสตร์ต่างๆ เพื่อการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ อย่างเช่นในปัจจุบัน ภาครัฐมีแนวทางและนโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทยยุค 4.0 การวางยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เป็นต้น ดังนั้นตัวนักวิจัยเองก็ต้องเริ่มมองประเด็นดังกล่าวในการทำงานเพื่อให้เกิดความสอดคล้องในการพัฒนาชนบทและประเทศให้ไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อตอบโจทย์ความคาดหวังของภาครัฐในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้สำเร็จตามเป้าหมาย อย่างภาคเหนือเองก็ถูกคาดหวังให้เกิดการพัฒนาเกี่ยวกับการดูแลชนบทให้มั่นคั่ง และยั่งยืน

ปัจจุบันในส่วนของนักวิจัย นักวิชาการภาคเหนือ มีกลไกสำคัญในการผลักดัน และขับเคลื่อนให้เกิดการสร้างงานวิจัย คือ การมีเครือข่ายการทำงานวิจัยซึ่งเป็นการรวมตัวของภาคีเครือข่ายต่างๆ ทั้งภาครัฐ หน่วยงานราชการ สถาบันอุดมศึกษา ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม อาทิ ความร่วมมือของสถาบันการศึกษาในระดับภูมิภาค 36 สถาบัน สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย และภาคีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มาร่วมทำงานวิจัยเชิงบูรณาการเกี่ยวกับพื้นที่ชนบทไทย สิ่งเหล่านี้จะช่วยตอบโจทย์ความท้าทายบนความคาดหวังระดับประเทศได้เป็นอย่างดี

“อย่างไรก็ตามความร่วมมือ ระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย มูลนิธิมั่นพัฒนาและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้ ก็เพื่อตั้งคำถามที่ว่า ความคาดหวังต่างๆ เหล่านี้ ถ้าจะทำให้เกิดประโยชน์ เราต้องกลับไปดูถึงสาเหตุของปัญหา สถานการณ์ปัจจุบัน และความต้องการของคนในชุมชน ว่าพวกเขาต้องการอะไร เพื่อที่นักวิจัยจะได้สร้างงานวิจัยที่สามารถเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของพวกเขา ครอบครัว และชุมชนไปในทิศทางที่ดีได้”

ตลอดระยะเวลาของการเข้าร่วมอบรมเวทีเสวนาเชิงปฏิบัติการ TSDF – TRF Sustainability Forum ในครั้งนี้ นักวิจัยรุ่นใหม่จะได้เห็นถึงโอกาสและความท้าทาย รวมถึงการนำเอาองค์ความรู้จากเวทีเสวนานี้ไปต่อยอดเพื่อให้สามารถพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม กรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา กล่าวว่า มูลนิธิมั่นพัฒนาในฐานะองค์กรที่มีบทบาทในการสนับสนุน ส่งเสริม และเผยแพร่องค์ความรู้ในการใช้ศาสตร์ของพระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตระหนักถึงความสำคัญของการผสานองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยเชื่อมั่นว่าจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อสร้างโอกาสและความสมดุล ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม อันนำไปสู่ความยั่งยืนของชุมชนในที่สุด

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิมั่นพัฒนา และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ได้ร่วมมือขับเคลื่อนเพื่อเสริมศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเรียนรู้ถึงความต้องการของนักวิจัยรุ่นใหม่จากการเข้าร่วมเวทีฯ พร้อมทั้งพัฒนาหัวข้อในการเรียนรู้ ตลอดจนปรับกระบวนการจัดกิจกรรมให้ตอบโจทย์ และตรงกับสิ่งที่นักวิจัยประสงค์จะเรียนรู้ให้มากที่สุด ส่งผลให้นักวิจัยส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมกิจกรรมสะท้อนว่า เป็นโอกาสและประสบการณ์ที่ดี รวมถึงได้รับองค์ความรู้ที่เป็นหลักวิชาการ องค์ความรู้จากชาวบ้าน และศาสตร์ของพระราชา นำกลับไปประยุกต์ใช้ ซึ่งสามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถสร้างความยั่งยืนได้แท้จริง นักวิจัยที่ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมหลายท่าน ได้นำความรู้กลับไปพัฒนาหัวข้องานวิจัยของตนเอง จนสามารถได้รับทุนสนับสนุนการทำงานวิจัย ยิ่งไปกว่านั้น เวทีเสวนาเชิงปฏิบัติการ TSDF – TRF SUSTAINABILITY FORUM ยังเป็นจุดเชื่อมโยงให้นักวิจัยจากต่างสาขา และต่างพื้นที่ ได้เข้ามาเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน จนเกิดเป็นเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่ที่จะสามารถบูรณาการองค์ความรู้ และการทำงานวิจัยร่วมกันได้ในอนาคต”

รองศาสตราจารย์ ดร.เรณู สุขารมณ์ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายชุมชนและสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย กล่าวว่า สกว.และมูลนิธิมั่นพัฒนา ได้ทำความร่วมมือในการสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่ได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยในพื้นที่  ด้วยความเชื่อมั่นว่า ความรู้บนการปฏิบัติการจริงในพื้นที่ มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้การพัฒนาชุมชนชนบท สามารถตอบโจทย์แก้ปัญหาให้เหมาะสมกับแต่ละชุมชนพื้นที่ มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ รวมทั้งองค์กร หรือหน่วยงานวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยมีบทบาทอย่างสูงที่จะช่วยการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในพื้นที่ชุมชนชนบทไทย ให้มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

"เราขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อการพัฒนาชนบทไทย โดยมีเป้าหมายคือ การพัฒนาอย่างยั่นยืน  และใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงาน  สกว. มีความมุ่งหวังว่า เวทีเสวนาในครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจแก่นักวิจัย นักวิชาการ ให้หันมาตระหนักถึงการทำงานวิจัยเชิงพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทไทย เพื่อสร้างนักวิจัยที่มีคุณภาพให้สามารถพัฒนาผลงานวิจัยที่สามารถสร้างคุณค่าต่อการพัฒนาประเทศต่อไป"

เวทีเสวนาเชิงปฏิบัติการพื้นที่ชนบทไทย โอกาสและความท้าทายของนักวิจัยรุ่นใหม่ ได้จัดกิจกรรมเพื่อให้เกิดแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์จากนักวิจัยระดับอาวุโสและนักวิจัยรุ่นใหม่ เพื่อให้เกิดเครือข่ายของนักวิจัยที่กว้างขึ้น นอกจากนั้นยังมีการจัดกระบวนการกลุ่มเพื่อเรียนรู้เครื่องมือการทำงานวิจัยเชิงชุมชนพื้นที่ โดยวิทยากรกระบวนการที่มีประสบการณ์ พร้อมทั้งการพานักวิจัยรุ่นใหม่ลงพื้นที่ใน ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำพูน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีบริบทความเป็นชนบทและเมืองผสมผสานกันอยู่ มีความหลากหลายของกลุ่มทางสังคม ถือเป็นความท้าทายของนักวิจัยรุ่นใหม่ที่ได้มีโอกาสลงไปศึกษา และทดสอบการใช้เครื่องมือในการวิจัย เพื่อช่วยให้นักวิจัยได้เปิดมุมมอง และพัฒนาศักยภาพการทำงานวิจัยเชิงพื้นที่ รวมถึงสามารถวิเคราะห์ปัญหา และสร้างหัวข้องานวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สามารถติดตามผลการดำเนินกิจกรรมและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ได้ ที่เว็บไซต์ของมูลนิธิมั่นพัฒนา www.tsdf.or.th