facebook share
facebook share
ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนบ้านท่าเรือ
จังหวัดนครพนม ประเทศไทย
ผู้ดำเนินโครงการ :        ชุมชนบ้านท่าเรือ
ระยะเวลาดำเนินการ :    พ.ศ. 2552 - ปัจจุบัน
ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนบ้านท่าเรือ
ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนบ้านท่าเรือ
ที่มาของโครงการ
ชุมชนบ้านท่าเรือ ตำบลท่าเรือ จังหวัดนครพนม เป็นชุมชนตัวอย่างในหลากหลายมิติโดยเฉพาะในมิติของสังคมและวัฒนธรรม ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นของกลุ่มชาติพันธุ์ไท-อีสาน มีวัดและพระเป็นศูนย์รวมใจ และขัดเกลาวิธีคิดและปฏิบัติตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา และยังคงมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สามัคคีกลมเกลียวตามวิถีชนบทของไทย ชุมชนชนบทที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ตนเองได้ท่ามกลางกระแสวัฒนธรรมที่แวดล้อมจากทั้งภายในและภายนอก ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของคนในชุมชน ที่สามารถปรับตัวและธำรงรักษาวัฒนธรรม ความเป็นรากเหง้าของชุมชนไว้ได้
ยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการ

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงาน กปร. - คู่มือตัวอย่างความสำเร็จการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 

ประเภทชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนบ้านท่าเรือ

 

ความเป็นมาของการดำเนินโครงการ 

บ้านท่าเรือ มีระยะทางห่างจาก อ.นาหว้า ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม มีสภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง และป่าละเมาะอยู่กระจัดกระจายทั่วไป ประมาณ 2% ของพื้นที่ทั้งหมด บางพื้นที่เป็นที่ราบสูงประมาณ 10-20 เมตร ตามลุ่มแม่น้ำทางทิศตะวันตก เป็นแหล่งดินเค็ม มีเกลือปนอยู่ประมาณ 50% เป็นแหล่งดินเค็มที่สุดของจังหวัดนครพนม 
เมื่อปี 2445 ราษฎรกลุ่มหนึ่งได้อพยพมาจากหมู่บ้านนาซ่อม อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี เนื่องจากหมู่บ้านเดิมมีพื้นที่คับแคบ หัวหน้ากลุ่มนำผู้คนเคลื่อนย้ายไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1 กิโลเมตร ได้พบพื้นที่เป็นเนินสูงกว่าที่เดิม มีป่าเต็งรังบริเวณด้านทิศตะวันออก มีที่ราบลุ่มพร้อมหนองน้ำเล็ก ๆ มีต้นไม้ใหญ่ ใบหนา ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ต้นแต้” จึงเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน “บ้านแต้” ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 14 ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ท่าอุเทน 
ในช่วงฤดูฝนมีน้ำมากและไหลเชื่อมโยงกับแม่น้ำต่าง ๆ เช่น น้ำอูน น้ำสงคราม และน้ำโขง มีเรือพ่วงขนาดใหญ่บรรทุกสินค้านานาชนิด โดยเฉพาะ “ของป่า” มาจอดเทียบฝั่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่บ้าน เพื่อมาแลกเปลี่ยนสินค้ากันทุกปี ในราวกลางปี 2493 นายเหลี่ยม บินศรี ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้นได้ประชุมชาวบ้านและมีมติตกลงให้มีการเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านจากเดิมว่า “บ้านแต้” เป็น “บ้านท่าเรือ” จนถึงปัจจุบัน 
ชาวบ้านชุมชนบ้านท่าเรือส่วนใหญ่ทำนาเป็นอาชีพหลัก และมีอาชีพเสริมคือการผลิตเครื่องดนตรีพื้นเมืองและทอผ้าไหม โดยรวมกลุ่มกันผลิตและจำหน่ายในรูปของวิสาหกิจชุมชน สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้าน ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่แบบพอกินพอใช้ มีการปลูกพืชผักสวนครัวเก็บไว้กิน ช่วยลดรายจ่ายภายในครัวเรือน นอกจากนั้นยังรวมกันบริหารจัดการขยะและรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชน โดยจัดตั้งเป็นเงินกองทุนของชุมชน 
 
“แคน พิณ โหวด หลากหลาย ผ้าไหมสวยงาม
วัฒนธรรมล้ำค่า ภาษาเฉพาะ ไพเราะเสียงดนตรี”
คำขวัญประจำหมู่บ้านท่าเรือ

การประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

1.ความพอประมาณ

คนในชุมชนรู้จักและภูมิใจในอัตลักษณ์ของตนเอง ดำรงวิถีชีวิตบนพื้นฐานวัฒนธรรมไท-อีสาน จึงทำให้มีรากฐานที่แข็งแรง คนไม่อพยพย้ายถิ่นฐานไปทำงานนอกชุมชน เพราะสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในชุมชนได้ตามอัตภาพ ประกอบกับมีความเชื่อ ทัศนคติ และวัฒนธรรม ประเพณี ทำให้คนในชุมชนมีค่านิยมรักบ้านเกิด และร่วมกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น 

2. ความมีเหตุผล 

ชาวบ้านมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดมาหลายรุ่นด้านการทอผ้าไหม และการผลิตเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน ได้แก่ แคนและโหวด รวมถึงองค์ความรู้ท้องถิ่นอื่นๆ เช่น หมอเป่าต่อกระดูก ผู้นำทางศาสนา หมอดูฤกษ์ดูยาม หมอสูตรขวัญ ทำขวัญ ดูแลศาลเจ้าปู่ประจำหมู่บ้าน และการทำเครื่องมือจับสัตว์น้ำ เช่น แห ข้อง ไซ และลอบ เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของคนในชุมชน และรู้จักนำมาปรับใช้พัฒนาให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน โดยมีการจัดทำแผนชุมชน เป็นแนวทางการพัฒนาและจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี สร้างประโยชน์สาธารณะ สร้างสิ่งแวดล้อมและสวัสดิการต่างๆ ให้แก่คนในชุมชน

3. ความมีภูมิคุ้มกัน 

ในระดับครัวเรือน มีการส่งเสริมการเก็บออมและทำบัญชีครัวเรือน ในระดับชุมชนมีความสมานสามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และมีความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ชาวไท-อีสาน ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันสำคัญที่ช่วยพยุงชุมชนให้เข้มแข็ง รวมทั้งมีการจัดตั้งกลุ่มอาชีพและกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น กลุ่มปลูกไผ่ ลูกแคนท่าเรือ กลุ่มอนุรักษ์ป่าดอนปู่ตา เป็นต้น มีภูมิคุ้มกันด้านทรัพยากรโดยผสมผสานการรักษาป่าชุมชนกับความเชื่อท้องถิ่น โดยปลูกฝังความเชื่อมาช้านานว่า ป่าดอนปู่ตาเป็นป่าศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดบุกรุกหรือเข้าไปตัดไม้ แม้จะเป็นไม้เล็กๆ เพื่อใช้ทำฟืน ผู้นั้นจะมีอันตราย ทำให้ชุมชนบ้านท่าเรือสามารถรักษาสภาพของป่าดอนปู่ตามาได้จนถึงปัจจุบัน

4. ความรู้ 

มีการจัดทำเวทีประชาคม รวบรวมข้อมูลอย่างรอบด้านทำแผนชุมชน ซึ่งสะท้อนถึงการใช้ข้อมูลและความรู้ในการวางแผนพัฒนาชุมชน และใช้ข้อมูล จปฐ./กชช. 2 ค มีการเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและนำมาปฏิบัติ มีการรวบรวมองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและนำมาเป็นจุดแข็งในการพัฒนาชุมชน พร้อมทั้งสนับสนุนการฝึกอบรมอาชีพให้แก่ชาวบ้าน เพื่อเพิ่มทักษะและรายได้เสริมให้กับครอบครัว

5. คุณธรรม

ส่งเสริมกิจกรรมคุณธรรมจริยธรรมของชุมชนอย่างต่อเนื่อง เช่น การปฏิบัติศาสนกิจ งานบุญประเพณี กิจกรรม ลด ละ เลิก อบายมุข การสืบสานวัฒนธรรมประเพณีในโรงเรียน และการยกย่องผู้สูงอายุที่มีคุณธรรมเป็นบุคคลตัวอย่างในชุมชน นอกจากนี้ มีการบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และแก้ไขข้อบกพร่องอย่างสม่ำเสมอ

 

 

ผลสำเร็จจากการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
วัดศรีโพธิ์ชัย : แหล่งสืบทอดความรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น
วัดแห่งแรกที่ชาวบ้านท่าเรือร่วมแรงร่วมใจสร้างขึ้น เพื่อเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวบ้านหลังการก่อตั้งหมู่บ้าน วัดแห่งนี้เป็นสถานที่จัดแสดงขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ และเป็นแหล่งถ่ายทอดภูมิปัญญา วัฒนธรรมท้องถิ่น ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและสืบสานต่อ ซึ่งนอกจากโบสถ์ ศาลาการเปรียญ ที่ใช้ทำกิจของสงฆ์และงานบุญต่างๆ แล้ว ภายในวัดยังเป็นที่ตั้งของศูนย์หัตถกรรมผ้าไหมบ้านท่าเรือ ถ่ายทอดภูมิปัญญาในการมัดลาย ย้อมสี และการทอผ้าที่มีมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ให้ลูกหลานในชุมชนได้สืบทอด
หนองเรือ : แหล่งน้ำหล่อเลี้ยงชุมชน
แหล่งน้ำที่เป็นสัญลักษณ์ของบ้านท่าเรือ มีพื้นที่กักเก็บน้ำประมาณ 50 ไร่ ช่วยให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ตลอดปี แม้แทบทุกครัวเรือนจะยึดอาชีพการทำเครื่องดนตรีพื้นบ้าน แต่ชาวบ้านยังคงวิถีชีวิตเกษตรกรรม ปลูกผัก ทำนา เลี้ยงสัตว์ ตามวิถีเกษตรกรทั่วไป หลังจากเสร็จสิ้นฤดูทำนา ในเดือนธันวาคมของทุกปี ชาวบ้านจะเริ่มปลูกพืชผักสวนครัวในพื้นที่รอบๆ หนองเรือ ตามที่ได้รับการจัดสรรจากคณะกรรมการหมู่บ้าน
เครื่องดนตรีพื้นเมืองอีสาน : สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
บ้านท่าเรือเป็นแหล่งผลิตเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยชาวบ้านใช้ป่าชุมชนเป็นพื้นที่ปลูกไผ่แคนหรือไผ่เล็กสำหรับทำเครื่องดนตรี โดยนำพันธุ์ไผ่แคนมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งทำให้บ้านท่าเรือมีวัตถุดิบในการผลิตเครื่องดนตรีพื้นบ้านอย่างเพียงพอ
หลายคุ้มในบ้านท่าเรือมีจุดสาธิตการทำเครื่องดนตรีพื้นบ้านให้ผู้มาเยือนแวะเข้าชมได้ตามความสนใจ เช่น คุ้มวังแคนเป็นจุดสาธิตการทำแคน พิณ โหวด รวมถึงสถานที่จำหน่ายเครื่องดนตรีพื้นบ้านและของที่ระลึก นอกจากนี้ ชาวบ้านท่าเรือยังยินดีถ่ายทอดภูมิปัญญาดนตรีพื้นบ้านให้กับผู้มาเยือนทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นลายเพลงการเป่าแคน ดีดพิณ ร้องหมอลำหรือเครื่องเล่นดนตรีพื้นบ้านอื่นๆ ในชุมชนมีครูพร้อมจะให้ทั้งความรู้และความสนุกสนานสับเปลี่ยนกันมาสอนตามวันเวลาที่นัดหมาย
ผ้าไหมบ้านท่าเรือ : สินค้าโอทอประดับ 5 ดาว
เมื่อปี 2520 ชาวบ้านท่าเรือได้จัดตั้งกลุ่มทอผ้าไหมศิลปาชีพบ้านท่าเรือ โดยเป็นศูนย์ศิลปาชีพแห่งแรกของประเทศ ในโครงการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทำให้ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมการทอผ้าไหมมาอย่างต่อเนื่อง ผ้าไหมบ้านท่าเรือจึงเป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากมีความละเอียด ลวดลายเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นสวยงาม เช่น ลายนาคน้อย ลายตาหมากนัด (ลายสับปะรด) ลายกุญแจน้อย ลายตุ้ม ลายขอ และมีคุณภาพระดับโอทอป 5 ดาว
รางวัลความสำเร็จ
• ปี 2546 รางวัลชมเชยการประกวดผ้ามุกฝ้าย กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
• ปี 2549 รางวัลการจัดตั้งเป็นหมู่บ้าน
โอทอปเพื่อการท่องเที่ยวระดับจังหวัด จากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
• ปี 2552 รางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี การประกวดผลงานตามปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง ครั้งที่ 2 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)
• ปี 2553 รางวัลมาตรฐานสินค้าโอทอป 5 ดาว ประเภทผ้ามัดหมี่ จากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
กิจกรรมภายใต้โครงการ ประกอบด้วย
  • Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit
  • Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit
  • Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetue adipiscing elit, sed diam nonummy nibh
มีการใช้สื่ออะไรบ้าง
  • Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit
  • Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit
  • Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit
  • Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit
  • Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetue adipiscing elit, sed diam nonummy nibh
มีการประเมินผลอย่างไรบ้าง
  • Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit
  • Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit
  • Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit
ความสำเร็จของโครงการ
  • Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit
  • Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit
  • Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit
“Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit”